Friday, July 31, 2009

10 สัญญาณเตือนว่าคุณควรทำอะไรกับผมบ้างได้แล้ว


สิ่งที่ดิฉันจะบอกต่อไปนี้เป็นสัญญาณเตือนที่บอกกับคุณว่า ช่วยทำผมใหม่ทีเถอะ มันเห่ยซะไม่มี แต่เราจะจัดการกับทรงผมแย่ๆ ให้ดูเริ่ดได้ยังไงล่ะ เอาเป็นว่าฟังทางนี้ค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสวยต่างแบบระหว่างสวรรค์กับนรกน่ะมีจริง

สัญญาณที่ 1 ผมทรงหมดสภาพถ้าผมด้านบนของคุณลีบแบน ในขณะที่ผมด้านข้างๆ ฟูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเลย ลองนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งนะคะ และหลังจากเป่าผมให้แห้งแล้ว มาเซทผมกันค่ะแบบไหนก็ได้ หรือจะเลือกทำเป็นผมลอนเกลียวมวนก็เก๋ค่ะ แค่เนี่ยก็กลายร่างผมทรงรังนกของคุณได้แล้ว
สัญญาณที่ 2 ผมทรงอารมณ์เดียวเพื่อนเก่าสมัย ม. ปลาย ของคุณทักว่า เธอเนี่ยนะไม่เคยเปลี่ยนสักนิดเล้ย แปลว่าอะไรคะเนี่ย? จะดีกว่ามั้ยถ้าก่อนที่เราจะออกไปพบปะเพื่อนฝูง มาเตรียมตัวด้วยการดีไซน์แบบผมใหม่บ่อยๆ ทุกครั้ง ซึ่งดิฉันคิดว่าการตัดผมไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรือน่าเสียดายเลยนะคะ ถ้าจะทำให้คุณกลายเป็นเจ้าหญิงแสนเซอร์ไพส์คนใหม่สำหรับหมู่เพื่อนภายใน 3 วินาทีตั้งแต่ก้าวเข้าประตู
สัญญาณที่ 3 ทรงผมแรงไฮไลท์ ถ้าสีผมไฮไลท์ของคุณโดดชิงซีนสีพื้นออกนอกหน้ามาในระยะ 10 เมตร แน่นอนคงตอบได้ไม่ยากว่าสีผมไฮไลท์ของคุณมันแรงไปแล้วล่ะ การทำสีผมใหม่เป็นสีเดียวจะช่วยแก้ได้ค่ะ โดยสีผมใหม่นี้จะไปปิดสีไฮไลท์ที่แรงเวอร์ของคุณซึ่งอย่างน้อยๆ ก็สัก 3 เดือนล่ะ อย่ากังวลไปเลยบางทีสีไฮไลท์อาจจะจางลงไปเองและดูดีขึ้นก็ได้หลังจากนั้น
สัญญาณที่ 4 ทรงผมไร้คนชม นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้ยินคนชมหรือทักทรงผมของคุณเลย ลองมาเติมสีสันชีวิตชีวาให้ผมกันดีกว่าค่ะ ตัวอย่างง่ายๆ นะคะ ถ้าผมคุณไม่ได้เซ็ท ปล่อยให้ดูหยิกยุ่งมานานแล้ว ลองใช้พวกโรลม้วนผมแบบร้อนดูสิคะ เพราะนอกจากคุณจะดูสวยแปลกตาในสายตาเพื่อนๆ จนต้องร้องทักแล้ว พวกอุปกรณ์แต่งทรงผมแบบร้อนเนี่ยยังช่วยให้ผมของคุณออกมาดูหยักเป็นลอนนิดๆ เซ็กซี่จะตายไป ดีกว่าปล่อยตัวเป็นยัยเพิ๊งนะจ๊ะ
สัญญาณที่ 5 สีผมกลืนกับสีผิว หากคุณรู้สึกว่าสีผมของคุณเป็นสีเดียวแมทซ์กับสีผิวมานานแล้วล่ะก็ การทำให้สีผมเข้มขึ้นคงจะดูดีไม่น้อย ลองใช้เปอร์ออกไซด์และแอมโนเนียฟรีคัลเลอร์เปลี่ยนให้สีผมดูมีน้ำหนัก เพิ่มมิติให้กับผมคุณขึ้นสิ วิธีนี้ไม่ทำลายผมคุณให้เสียด้วยนะ
สัญญาณที่ 6 เพิ่งได้เสื้อผ้าเทรนด์ใหม่เริ่มสุดฤทธิ์ แต่ทรงผม....เมื่อ 2 วันก่อนคุณเพิ่งไปถอยชุดเก๋เทรนใหม่ล่าสุดมา ต้อนรับหุ่นเพียวสวยที่อุตส่าห์เพียรอดอาหารโหมวิ่งรอบบ้านมาตั้ง 2 อาทิตย์เพื่อคุณจะสวยเฉิดฉายตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าชนิดใครเห็นก็ต้องเหลียวมอง แต่หยุดก่อนค่ะ 30% ของความสวยอยู่ที่ทรงผมรับกับใบหน้าและชุดที่สวมใส่ด้วย ฉะนั้นคิดดูสิคะ ว่าคุณต้องทำอะไร... (รู้อย่างนี้แล้วอย่าช้าค่ะเซ็ทผมใหม่ด่วนเลย รับรองคราวนี้หนุ่มคนที่คุณเล็งไว้ไม่หันมามองก็ให้มันรู้ไป)

สัญญาณที่ 7 ผมสวย...แค่สระผมเองวิธีการขจัดปัญหาผมแห้งแตกปลายก็คือการการตัดผม แต่...แต่มีอีกวิธีที่จะทำให้ผมแห้งกรอบแตกปลายของคุณกลายเป็นเส้นผมนุ่มสลวยสวยเงางามมีน้ำหนักขึ้นมา เพียงแค่คุณสระผมด้วยแชมพูสูตรที่เหมาะกับลักษณะเส้นผมของคุณและเพิ่มครีมนวดผมตบท้ายหลังการสระผม และหมักทรีตเมนต์เองที่บ้านง่ายๆ เชื่อเถอะค่ะนอกจากจะไม่ได้เสียเวลามากนักแล้ว ผมคุณก็จะยาวสลวยดีกว่าไปตัดผมให้สั้นลงแถมไม่รู้ว่าผมจะคืนสภาพดีมากขึ้นแค่ไหนด้วย
สัญญาณที่ 8 ฉายาคุณคือ ยัยผมหางม้าตลอดปีการที่คุณมัดผมทรงหางม้าไว้ตลอดเวลา ไม่ได้เป็นผมดีต่อคุณเลย จริงอยู่ บางทีมันอาจจะดูเป็นทรงผมที่เรียบง่ายไม่ยุ่งยากและทำให้คุณเคลื่อนไหวหรือทำงานได้อย่างสะดวกสบาย แต่มันก็จะทำให้ผมของคุณหายใจไม่ออกค่ะ แล้วก็งอ มวนตัวเองไม่เป็นท่า ดังนั้นทางที่ดีปล่อยผมยาวๆ ธรรมชาติบ้างก็ดีนะ
สัญญาณที่ 9 เสียเวลาตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อ เซ็ทผม ถ้าคุณต้องเสียเวลานั่งหน้ากระจกเยอะขนาดนั้นล่ะก็ ง่ายที่สุดคือให้ช่างตัดผมตัดผมทรงแบบที่คุณต้องการไปเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งเซ็ทผมให้วุ่นวายอีก หรือจะลองเปลี่ยนทรงผมเองโดยการดัดลอนบางๆ สิ ไม่ก็ลองไปยืดผมตรงถาวรซะเลย หรือจะตัดทรงสั้นบ๊อบเท่ห์ๆ ก็ได้นะ น่าจะช่วยประหยัดเวลาได้มากขึ้นเยอะ และยังสวยดูดีอีกต่างหาก
สัญญาณที่ 10 ช่างตัดผมแทบจะหลับตาตัดผมให้คุณคุณเข้าร้านตัดผมทรงเดิมมากว่า 2 ปีแล้ว จนแค่นั่งลงไม่ทันเอ่ยปาก ช่างก็ตัดผมให้คุณเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนจะไม่ใช่เพียงแต่คุณเท่านั้นที่เป็นแบบนี้ ซึ่งแสดงคงไม่มีอะไรดีไปกว่าลองหาทรงผมใหม่ดูบ้างได้แล้ว
และง่ายที่สุดนะคะ เมื่อคุณจะเปลี่ยนผมทรงใหม่ ก็เริ่มจากหาทรงผมที่เป็นกลางๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เปลี่ยนทรงใหม่ ทำสีใหม่ให้ได้บ่อยเท่าที่คุณอยากจะทำไปเลย และอย่าลืมที่จะฉีดสเปรย์บำรุงให้ผมมีน้ำหนักขึ้นตรงรากผมนะคะ (ทางที่ดีลองใช้ Phytovolume Actif Volumizer Spray ด้วยก็ดีนะ เพราะจะช่วยให้ผมของคุณดูดีมีน้ำหนักนุ่มสลวยขึ้นจ๊ะ)
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Hair ฉบับภาษาไทย

สวยแบบประหยัด


ใครที่อยากสวย แต่ไม่อยากเสียเงินแพง ๆ วันนี้เรามีเคล็ดลับในการสวยแบบประหยัดมาฝาก
ผลไม้มาร์คหน้า การนำผลไม้ที่รับประทานเป็นประจำมามาร์คหน้า คือการประหยัดและยังช่วยในการดูแลผิวแบบธรรมชาติ ผลไม้หลาย ๆ ประเภท จะมีสารสกัดที่ดีต่อผิว เช่น ผลไม้ไม้เปรี้ยว ๆ อย่าง สับปะรด, มะม่วงสุก, มะเฟือง, ส้ม ฯลฯ ที่มีกรดผลไม้ที่ดีต่อการทำให้ผิวขาวใส เรียบเนียน ขอแนะนำว่าควรผสมอย่างอื่นเพื่อลดความเป็นกรดลงด้วย เช่น โยเกิร์ตหรือน้ำผึ้ง
สครับริมฝีปากริมฝีปากที่นุ่ม ชุ่มชื่นทำให้ดูดีขึ้น วิธีประหยัด คือ การนำกระวานป่น 1 ช้อนชา มาขัดริมฝีปากหลังล้างหน้า ถึงแม้จะมีรสเผ็ด แต่ได้ผลดีต่อริมฝีปาก จากนั้นล้างออกแล้วบำรุงด้วยลิปบาล์มอีกครั้ง
อบไอน้ำสมุนไพรอบไอน้ำแบบประหยัด คือ นำใบมะกรูด ข่า ขิง มะนาว มาต้มในหม้อให้พออุ่น จากนั้นวางพักในจุดที่พอก้มหน้าให้ไอร้อนสัมผัสผิวได้อ่อน ๆ หรืออาจนำผ้ามาคลุมศีรษะและหม้อน้ำให้ไอน้ำไม่ระเหยเร็วก็ได้ ความร้อนและสมุนไพร จะช่วยเปิดรูขุมขนและดีท็อกซ์ให้ผิวหน้าให้สะอาดสดใส จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับผิวอีกรอบ
ผลไม้เพื่อผมสวย ลองนำ กล้วยน้ำว้า แตงโม น้ำส้ม และน้ำมะกรูด มาบดผสมรวมกัน แล้วนำมาหมักเส้นผมทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก จะทำให้เส้นผมมีได้กลิ่นหอม ๆ จากผลไม้แล้ว ยังทำให้เส้นผมได้รับคุณค่าบำรุงใหม่ ๆ อีกด้วย ถ้าอยากสวยแบบประหยัด ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

หมู่บ้านอนุรักษ์วัฒนธรรมชาวกูย

ชาวกูย เป็นชุมชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อยู่อาศัยในพื้นที่แถบชายแดนอีสานใต้ ที่มีอาชีพคล้องช้างตั้งแต่สมัยอยุธยา มีภาษาพูดเป็นของตนเอง มีความสามารถพิเศษในเรื่องของการคล้องช้าง มีวิถีชีวิตประเพณี วัฒนธรรมเฉพาะกลุ่มที่น่าสนใจที่ควรแก่การอนุรักษ์ไว้ แม้ว่าในปัจจุบันกระแสโลกาภิวัฒน์ จะทำให้วัฒนธรรมหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม แต่ชาวกูยก็ยังมีการดำเนินชีวิต มีเอกลักษณ์วัฒนธรรมดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง บ้านอาลึ หมูที่ ๔ ตำบลสำโรงทาบ เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งของตำบลสำโรงทาบที่มีชุมชนพื้นเมืองชาวกูย อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวกูย มาจนถึงทุกวันนี้
อำเภอสำโรงทาบ สภาวัฒนธรรมอำเภอสำโรงทาบ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรงทาบ ได้จัดทำโครงการ” หมู่บ้านอนุรักษ์วัฒนธรรมชาวกูย” ขึ้น โดยกำหนดพิธีเปิดหมู่บ้านในวันที่ ๖ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ณ หมู่บ้านอาลึ หมู่ที่ ๔ ตำบลสำโรงทาบ (ระยะทางห่างจากอำเภอสำโรงทาบ จำนวน ๕ กิโลเมตร) ซึ่งในงานดังกล่าว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ (นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล) ได้กรุณาเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายหมู่บ้านชาวกูย

การแต่งกายของชาวกูย

ชาวกูยโดยเฉพาะสตรีชาวกูย เป็นผู้มีความสามารถในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เมื่อว่างเว้นจากอาชีพการทำนา ทำไร่แล้ว ก็จะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อใช้ในการทอผ้าสำหรับไว้นุ่งห่มภายในครอบครัวของตนเอง ซึ่งการผลิตผ้าไหมนั้น ชาวกูยทำกันแบบครบวงจร คือทุกขั้นตอนจะทำด้วยมือของตนเอง ดังนั้นการแต่งกายของชาวกูยก็จะนิยมแต่งกายด้วยผ้าไหมพื้นเมืองเป็นหลัก
ภูมิปัญญาในการกระบวนการผลิตผ้าไหม ได้รับการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งอย่างไม่ขาดสาย ทำให้หญิงสาวชาวกูยในอดีตแทบทุกคนมีฝีมือในการทอผ้าไหมเป็นอย่างดี ผ้านุ่งสำหรับสตรีชาวกูย นิยมเป็นผ้าไหมมัดหมี่ ผืนใหญ่เป็นไหมควบ พื้นสีน้ำตาลอมดำ ย้อมสีธรรมชาติ มีหัวซิ่นยืนพื้นสีแดงลายขิด ตีนซิ่นพื้นดำขนาด ๒- ๓ นิ้ว มีริ้วสีขาว เหลืองและแดง สตรีนิยมใส่เสื้อผ้าที่มีลายเฉพาะ คือผ้าไหมลายลูกแก้วย้อมสีธรรมชาติ (สีย้อมมะเกลือ) สีดำ คอกระเช้า การเย็บแบบแซวผ้าด้วยมือ ใส่สร้อยคอลูกปัดที่ทำด้วยเงินและพลาสติก ที่หูก็มักใส่ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมไว้ที่ติ่งหู เช่นดอกมหาหงส์ (ดอกสเลเต) ส่วนชายชาวกูย นิยมใส่ผ้าโสร่งหรือผ้าขาวม้า หรือผ้าที่มีหูรูดและมีผ้าขาวม้าคาดเอว ที่ทอเหมือนหัวซิ่นแต่มีความกว้างมากกว่า มีลวดลายเอกลักษณ์โดยเฉพาะ