Sunday, January 31, 2010

ความจุของฮาร์ดดิสต์หายไปไหน

ยังมีผู้ใช้คอมพิวเตอร์อีกเยอะเลยที่สงสัยกันว่าทำไมซื้อฮาร์ดดิสต์, แฟลชไดร์ฟ, เมมโมรีการ์ด ฯลฯ มาแล้ว ความจุที่ได้ของอุปกรณ์บันทึกข้อมูลทำไมถึงไม่เป็นไปตามที่คนขายหรือโรงงานผู้ผลิตบอกไว้บนตัวสินค้าหรืออุปกรณ์เหล่านั้น พวกเขาโดนหลอกหรือเปล่า? (ได้ยินบ่อยเลย)


จริงๆแล้วผู้ผลิตฮาร์ดดิสต์หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลในแบบต่างๆจะมีการอ้างถึงความจุที่เป็นตัวเลขที่ชัดเจนเช่น ฮาร์ดดิสต์ที่มีความจุ 80, 160, 250 ไปจนถึง 1000GB และล่าสุดมีถึง 2000GB แล้ว ในการใช้งานจริงๆนั้นตัวเลขที่ระบุไว้บนตัวฮาร์ดดิสต์จะน้อยกว่าตัวเลขที่มีการอ้างถึงไว้ ซึ่งยิ่งฮาร์ดดิสต์มีความจุมากขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งมีความแตกต่างของขนาดที่แท้จริงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากความแตกต่างกันของระบบตัวเลขที่ผู้ผลิตใช้ระบุความจุที่มักใช้เป็นเลขฐาน 10 กับระบบตัวเลขที่ระบบวินโดวส์ใช้อ้างถึงตำแหน่งที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลซึ่งจะใช้เป็นเลขฐาน 2

 
ยกตัวอย่างเช่น ฮาร์ดดิสต์ที่มีความจุขนาด 80GB เมื่อเรียกใช้งานผ่านระบบวินโดวส์จะเห็นความจุจริงๆเพียงแค่ 74.53GB เท่านั้น (หรือใกล้เคียง)






วิธีการคิดเพื่อหาค่าความจุที่แท้จริง




 

ผมลองแปลงเล่นๆดู และผลลัพธ์ที่ได้ของฮาร์ดดิสต์แต่ละขนาดจะได้ดังนี้


ความจุบนตัวสินค้าที่ผู้ผลิตกำหนด = ความจุที่แท้จริง (ใกล้เคียง)


80GB                                                  =    74.51GB


160GB                                                =    149.01GB


250GB                                                =    232.83GB


320GB                                                =    298.02GB



สำหรับท่านที่ใช้ฮาร์ดดิสต์ที่มีความจุสูงกว่านี้ก็ลองเอาสูตรด้านบน ไปลองคิดกันดูเอาเองละกันคร้าบ


ที่มาโดย:http://www.varietypc.net/main/archives/700

Wednesday, January 27, 2010

วิธีการรักษาอายุ HANDY DRIVE ให้อยู่กับเราไปนานๆ

หลายคนเวลาใช้ Handy drive ก็เพียงเสียบเข้าไปในช่อง USB เลย
แต่ปัญหา มันอยู่ตรงนี้ เมื่อหลายคนเลิกใช้แล้ว ก็จะต้องไปคลิกยกเลิกการเชื่อมต่อที่ทาสก์บาร์ Safely Remove Hardware
และก็มีหลายคนที่ไม่ทำตามวิธีดังกล่าว เมื่อเลิกใช้ก็ดึง Handy drive ออกเลยทันที
ถ้าเพื่อนๆทำแบบนี้โดยไม่มีการเซ็ทค่าอะไร Handy drive ของเพื่อนๆก็อาจจะจากเราไปก่อนวัยอันควรได้ แต่!! ก็มีวิธีแนะนำมาฝากค่ะ เรามาดูวิธีการเซ็ทค่ากัน

เริ่มจากเปิด My computer และไปคลิกขวาที่ไอคอนของ Handy drive และเลือก Properties

จากนั้นไปเลือกที่ Tab Hardware ดังรูป จะเกิดกรอบใหม่ขึ้นมา

จากนั้นมองหาชื่อ Handy drive ของเพื่อนๆที่มีอยู่และดับเบิลคลิกจะเกิดกรอบใหม่ขึ้ นมาค่ะ

จากนั้นเลือกไปที่แทป Policies เมื่อเข้าสู่กรอบนี้จะมี Option ให้ปรับแต่งได้อยู่ 2 หัวข้อ

ในหัวข้อ Write caching and Safe Removal จะมีหัวข้อให้ปรับแต่ง

โดยในหัวข้อแรก Optimize for quick removal ให้เซ็ทไว้ที่ตัวนี้ เพราะจะทำให้ทุกครั้งที่ใช้ Handy drive สามารถถอดเข้าถอดออกได้โดยไม่ต้องไปคลิกที่ Safely remove hardware ตรงบริเวณ ทาสก์บาร์ และใน option ส่วนล่างนั้น จะเป็นแบบเดิมที่ต้องไปคลิกที่ทาสก์บาร์

เท่านี้เมื่อเวลาจะใช้ Handy drive ครั้งต่อไป เมื่อต้องการจะถอด Handy drive ก็ทำได้ทันที Handy drive ของเพื่อนๆก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกยาวนาน โดยที่ไม่จากไปก่อนวัยอันควร

Tuesday, January 26, 2010

5 วิธีถนอมทรัมไดร์ฟสุดรัก

    คอมพิวเตอร์ทูเดย์ระบุว่าภัยที่เกิดขึ้นกับธัมบ์ไดร์ฟโดยรวมๆ คือ ธัมบ์ไดร์ฟสูญหาย ธัมบ์ไดร์ฟเสียหายเพราะโดนไวรัส การถูกดูข้อมูลสำคัญโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อมูลในธัมบ์ไดร์ฟสูญหาย วิธีแก้ไขคือ
    
       1. เก็บไว้ใกล้ตัว-ไม่ต้องกลัวหาย
    
       นับวันธัมบ์ไดรฟ์จะมีขนาดเล็กลง หายง่ายมาก (ถูกขโมยก็ง่ายด้วย) มีไม่น้อยที่มักจะหลงลืมไว้ตามที่ต่างๆ เวลาหยิบออกมาวาง หรือแม้แต่ติดไปกับเครื่องคอมพ์ชาวบ้านเพราะลืมขอคืน บางคนชอบคล้องไว้กับกุญแจ ซึ่งเป็นของที่ชอบทำหายอันดับต้นๆ
    
       วิธีน่าสนใจที่สุดคือ เลือกรุ่นที่มีสายคล้องคอไว้ แม้จะดูไม่สวยงามเท่าไร แต่มันลดโอกาสทำหาย และถูกขโมยได้เกือบ 100% อีกนิดนึง ควรเลือกรุ่นที่สายต่ออยู่กับตัวธัมบ์ไดรฟ์ หลีกเลี่ยงการเลือกใช้รุ่นที่สายคล้องคอผูกกับฝาครอบ
    
       2. ระวังไวรัส
    
       ต้องถือเป็นข้อควรระวังในการใช้งานธัมบ์ไดรฟ์อันดับต้นๆ เพราะโดยพื้นฐานแล้วธัมบ์ไดรฟ์จะมีลักษณะการใช้งานเหมือนกับฟลอปปี้ดิสก์ ซึ่งนั่นหมายความว่า ไวรัสสามารถใช้ธัมบ์ไดรฟ์เป็นสื่อพาหะสำหรับการแพร่กระจายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเวลาใช้งานธัมบ์ไดรฟ์ คุณควรแน่ใจก่อนว่า เป็นการถ่ายโอนเฉพาะไฟล์ข้อมูลเท่านั้น (ไม่ได้ติดไวรัสมาด้วย)
    
       ประเด็นที่สำคัญก็คือ ควรแน่ใจว่าคุณกำลังเชื่อมต่อธัมบ์ไดรฟ์กับคอมพิวเตอร์ที่รันซอฟต์แวร์แอ นตี้ไวรัสที่ได้รับการอัพเดตสม่ำเสมอ และในกรณีที่คอมพ์ของคุณรันแอนตี้ไวรัส เวลาต่อกับธัมบ์ไดรฟ์ ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสในเครื่องคอมพ์จะสแกนธัมบ์ไดรฟ์ให้ด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่แน่ใจธัมบ์ไดรฟ์ที่รับมา ก็ไม่ควรเชื่อมต่อเข้ากับคอมพ์ของคุณเด็ดขาด
    
       3. เข้ารหัสข้อมูล เพื่อรักษาความลับ
    
       ถ้าหากธัมบ์ไดรฟ์ของคุณหาย นั่นหมายความข้อมูลของคุณตกไปอยู่ในมือของผู้ที่พบมันด้วย และถ้าหากคนผู้นั้นบังเอิญเป็นคู่แข่งคุณโดยตรง อะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้น หากคุณใช้ธัมบ์ไดรฟ์เก็บข้อมูลสำคัญ การเข้ารัหสข้อมูลดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้
    
       การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) จะทำให้ข้อมูลเปิดอ่านไม่รู้เรื่องจนกว่าจะได้รับพาสเวิร์ดที่ถูกต้อง ซึ่งควรเลือกเข้ารหัสที่ระดับ 128 บิต เพื่อความปลอดภัย ธัมบ์ไดรฟ์รุ่นใหม่ๆ จะมาพร้อมกับคุณสมบัติการเข้ารหัสข้อมูลมาด้วย แต่อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจนะครับว่า ซอฟต์แวร์ที่ให้มาไม่ใช่รุ่นทดลอง เพราะไม่เช่นนั้น คุณอาจจะต้องจ่ายตังค์ค่าซอฟต์แวร์ในภายหลัง
    
       4. สำรองข้อมูลให้เป็นนิสัย
    
       ไม่ปฏิเสธครับว่า เวลาธัมบ์ไดรฟ์หาย เราคงรู้สึกไม่ดีแน่นอน แม้ข้อมูลที่อยู่ในนั้นจะได้รับการปกป้องด้วยการเข้ารหัสไว้แล้วก็ตาม แหม...ก็มันต้องเสียเงินอีกแล้วน่ะสิ แต่มันคงรู้สึกเจ็บใจเป็นสองเท่า หากข้อมูลที่อยู่ในนั้นเราไม่เคยได้ทำแบคอัพสำรองเอาไว้เลย
    
       ดังนั้น วิธีที่สุดคือ แนะนำให้คุณสำรองธัมบ์ไดรฟ์ไว้สักสองสามก็อปปี้ เพราะนอกจากพวกมันจะหายง่ายแล้ว ยังเสียง่ายอีกด้วย เนื่องจากธัมบ์ไดรฟ์ส่วนใหญ่จะใช้กรอบเป็นพลาสติก ซึ่งแตกหักได้ง่าย
    
       ขอแถมข้อที่ 5 ไว้อีกข้อ เป็นข้อที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการถอดธัมบ์ไดร์ฟออกจากเครื่องอย่างถูกต้อง
    
       เรื่องของเรื่องคือ ก่อนที่คุณจะดึงธัมบ์ไดรฟ์ออกจากพอร์ตยูเอสบีบนคอมพิวเตอร์ ให้คุณปิดโปรแกรมทุกตัวที่มีการเข้าถึงไฟล์ต่างๆบนธัมบ์ไดรฟ์เสียก่อน จากนั้นคลิกไอคอน Safely Remove Hardware (ที่มีลูกศรสีเขียวปรากฎอยู่ในมุมล่างขวาบนทาสก์บาร์) แล้วคลิกเลือกธัมบ์ไดรฟ์ที่ปรากฏอยู่ในรายการ



บน: คลิกเลือกยูเอสบีไดรฟ์ที่ต้องการเอาออก ล่าง: สามารถดึงไดรฟ์ออกได้อย่างปลอดภัย

       เมื่อคลิกเลือกยูเอสบีไดรฟ์ที่ต้องการเอาออกแล้ว (รูปบน) จะได้รับข้อความแจ้งขึ้นมาว่า “Safe To Remove Hardware” (รูปล่าง) แปลว่า สามารถดึงธัมบ์ไดรฟ์ออกจากระบบได้อย่างปลอดภัย
    
       หลายเสียงยืนยันว่า หากถอดธัมบ์ไดร์ฟจากเครื่องปุบปับโดยไม่มีการทำตามขั้นตอนนี้ ธัมบ์ไดร์ฟเจ๊งมานักต่อนักแล้ว

Friday, January 22, 2010

มาทดสอบความเร็วของระบบ LAN ของเรากันเถอะ

ถ้าคุณกำลังมองหาโปรแกรมเพื่อใช้ในการตรวจสอบความเร็วของ lan network ไม่ว่าจะเป็นที่ออฟฟิศ หรือที่บ้านวันนี้เรามีโปรแกรมที่ใช้งานง่าย และให้ผลการวัดค่าความเร็วได้อย่างแม่นยำ
หลักการทำงานของโปรแกรมตัวนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน และโปรแกรมก็ยังมีขนาดเล็กไม่รกคอมพิวเตอร์อีกด้วย การทำงานคือตัวโปรแกรมจะเขียนไฟล์ขึ้นมาตัวหนึ่งแล้วเก็บไง้ที่โฟลเดอร์หนึ่ง ซึ่งคุณจะเป็นคนระบุไฟล์ และโฟลเดอร์ดังกล่าว จากนั้นมันจะล้าง cache ของ windows ที่อยู่ในเครื่องก่อน แล้วทำการอ่านไฟล์ที่สร้างไว้ เสร็จแล้วโปรแกรมจะทำการล้างค่า cache อีกครั้งหนึ่ง แล้วทำการลบไฟล์ที่สร้างนั้นทิ้งไป สุดท้ายเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนโปรแกรมก็จะแสดงรายงานผลให้ทราบ
โปรแกรมตัวนี้มีขนาดเล็กมาก และเป็นแบบ portable ที่คุณสามารถใส่ flash drive ไปใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ไหนก็ได้ ตัวโปรแกรมกินทรัพยากรของระบบน้อยมาก โดยจะใช้ memory ในการทำงานเพียงแค่ 1mb เท่านั้นเอง

กายบริหารหน้าคอมพิวเตอร์กันเถอะ

หากต้องนั่งทำงานจมเก้าอี้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ แขน ไหล่ หลัง สะโพก รวมทั้งกล้ามเนื้อตา



หากผู้อ่านจะต้องนั่งทำงานจมเก้าอี้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานโดยไม่ลุกเดิน หรือเปลี่ยนอิริยาบถ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอ แขน ไหล่ หลัง สะโพก รวมทั้งกล้ามเนื้อตา
ผลร้ายที่ตามมามีมากขนาดนี้ คงต้องเรียนรู้วิธีกายบริหารง่าย ๆ ทำได้ที่หน้าคอมพิวเตอร์กันหน่อย
เริ่มจากท่ายืดแขน เพียงประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน หงายฝ่ามือขึ้นฟ้า ยืดแขนตั้งเหนือศีรษะ หลังตรง และเอียงลำตัวไปทางซ้าย ค้างไว้ 2 วินาที ก่อนสลับไปทางขวา ค้างไว้เช่นเดียวกัน ทำสลับไปมา 2 รอบ
ต่อด้วยท่าเอียงคอ ก้มศีรษะลง 2 วินาที แล้วเงยศีรษะขึ้นด้านบนอีก 2 วินาที ก่อนเอียงศีรษะไปทางซ้าย และทางขวา ค้างไว้ด้านละ 2 วินาที ทำสลับไปมา 2 รอบ
เปลี่ยนเป็นท่าหมุนไหล่ วางแขนเหยียดตรงข้างลำตัว ยกไหล่สองข้างขึ้น หมุนไปด้านหลัง ก่อนปล่อยลง ทำซ้ำในทิศทางตรงกันข้าม ทำสลับไปมา 2 รอบ

ไม่รอช้าทำท่าเอียงข้าง เพียงห้อยแขนไว้ข้างลำตัว เอียงไหล่ และลำตัว ซ้าย-ขวา สลับกัน ทำสลับไปมา 2 รอบ
จากนั้นทำท่างอข้อเท้า ให้ยกขาข้างหนึ่งขึ้นจากพื้นแล้วเหยียดตรง เหยียดข้อเท้าให้ปลายเท้าชี้ออกไปข้างหน้า งอปลายเท้ากลับท่าเดิม แล้วเปลี่ยนข้าง ทำสลับไปมา 2 รอบ
หันมาทำท่างอมือ ยกแขนข้างหนึ่งขึ้น แล้วเหยียดตรงไปด้านหน้า งอข้อมือขึ้นตั้งฉากกับท่อนแขน แล้วเหยียดลงเช่นเดิม เปลี่ยน ทำสลับไปมา 2 รอบ
สุดท้าย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา ด้วยการใช้ฝ่ามือปิดตา พร้อมกับหลับตาลง สูดหายใจเข้า-ออกลึก ๆ 8-10 ครั้ง เลื่อนฝ่ามือลง แล้วเปิดตา จากนั้นให้กระพริบตาถี่ ๆ
เมื่อรู้วิธีกายบริหารง่าย ๆ อย่างนี้แล้ว ลองเจียดเวลาเพียงนิด ยืดเส้น ยืดสาย คลายเมื่อยระหว่างการทำงาน

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์